วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

[Trans] 2014.09.14 JUMPaper จิเนน ยูริ

ฝากรูป





แปลจากญี่ปุ่น >> ไทย โดย วีนัส


[Download] 2014.09.10 honmadekka!? TV (ยูโตะ)













ลดขนาดไฟล์จากต้นฉบับมานะคะ แต่ความชัดไม่ต่างกันมากนักจะได้ไม่หนักเครื่อง รายการนี้จัดว่าเด็ดนะคะ ไม่โหลดจะเสียดายขอบอก ต้องแบบชัดๆ โตะผิวแทนได้อีก ฮ่าๆ เป็นอีกรายการที่ได้รู้อะไรแปลกๆใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อนด้วย 
ความจริงอัพไฟล์นี้เสร็จตั้งแต่วันที่รายการมาแล้ว แต่พอดีไปเที่ยวหลายวันก็เลยไม่ได้อัพลงบ้านเลย ToT ไว้จะทยอยอัพไฟล์ลงเรื่อยๆนะคะ เผื่อใครจะมาตามเก็บโหลดกัน 


Credit to*Sorrentoo weibo

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

[SF]Love is… (ยูโตะXยามะจัง) [จบ]





ชื่อเรื่อง : Love is…
ดำเนินเรื่องโดย : ยูโตะ
ผู้แต่ง : วีนัส

ฟิคชั่นเรื่องอื่น : คลิ๊ก


ตอนก่อนหน้านี้ : คลิ๊ก 

คำเตือน : เป็นฟิคชั่น ชาย รักชาย นะคะ


ฮิคารุคุงพูดเสียงราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกอะไรจนน่ากลัว เค้าตวัดสายตาพิฆาตมองไปที่ยามะจัง นับว่าเค้าคิดถูกที่หันไปมองยามะจัง หากจะคาดคั้นความจริง ไม่เคยมีครั้งไหนที่ฮิคารุคุงจะทำไม่ได้ถ้ามองไปที่ยามะจัง ยามะจังไม่เคยปกปิดความรู้สึกทางสายตาได้เลย ยิ่งกับคนที่สนิทกันยิ่งแล้วใหญ่

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

[SF]Love is… (ยูโตะXยามะจัง)







ชื่อเรื่อง : Love is…
ดำเนินเรื่องโดย : ยูโตะ
ผู้แต่ง : วีนัส


คำเตือน : เป็นฟิคชั่น ชาย รักชาย นะคะ

“ยามาดะ นายอย่าลืมเดินจากตรงจุดที่ 12 ไปจุดที่ 20 ด้วยนะ”ไดจังหันกระดาษที่เป็นแผนผังของคอนเสิร์ตโตเกียวโดมที่เราจะจัดขึ้นในวันที่ 10 และ 11 พฤษภาคม นี้ไปหายามะจังที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เราประชุมวางแผนก่อนหน้าที่จะเริ่มลงมือจริงนับเดือน

“อื้อ แล้วก็ค่อยเดินไปทางซ้ายของเมนสเตจใช่มั้ย?”ยามะจังถามไดจัง

“อือ แล้วก็ส่วนนาย ยาบุ ตรงนี้นะ”ไดจังลุกขึ้นเดินไปหายาบุที่กำลังเล่น ส่วนยามะจังก็นั่งจดตำแหน่งที่ตัวเองจะต้องเดิน เมมเบอร์คนอื่นก็พูดคุยถึงเรื่องเพลงที่จะเลือกแสดงในคอนเสิร์ตก่อนหน้าที่จะนำเรื่องที่หารือกันเสร็จเรียบร้อยแล้วไปประชุมกับสต๊าฟอีกที

ในตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้วเรียบร้อย ไม่เหลืออะไรมากแค่ฝึกซ้อมก็เท่านั้น ช่วงนี้ฮิคารุคุงติดซ้อมละครเวทีแล้วก็ใกล้จะมีละครเวทีแล้ว ซึ่งตารางละครเวทีที่ฮิคารุคุงจะเล่นนั้นค่อนข้างหนักและแทบจะไม่มีเวลาได้มาซ้อมท่าเต้นใหม่ๆที่จะใช้ในคอนเสิร์ตกับเมมเบอร์เลย วันนี้ไดจังก็พึ่งส่งคลิปที่เค้าตั้งใจสอนท่าเต้นอย่างละเอียดไปให้ฮิคารุคุง ยามะจังเองก็ไปคอยช่วยบอกท่าและเช็คความถูกต้องอีกทีด้วย

ผมชอบมองเวลายามะจังทำนู่นทำนี่ แต่ก็ต้องเลือกเวลาที่ยามะจังไม่ทันสังเกตว่าตัวเองถูกมองด้วย เพราะฉะนั้นแล้วบางทีผมจึงมักทำเป็นเหมือนกับทำอย่างอื่นไม่ได้สนใจมองเค้า แต่สุดท้ายก็เผลอจ้องมองเค้าจนเค้ารู้ตัวจนได้อยู่ดี

หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับยามะจังดีขึ้น เรื่องราวของผมและยามะจังก็ถูกเล่าต่อๆกันไปในวง ผมเองก็เล่าให้ฟังแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากเพราะสิ่งที่ผมคุยกับยามะจังในงานเลี้ยงของ7ตอนนั้นก็เยอะมาก และแน่นอนผมไม่ได้บอกใครสักคนว่าผมกับยามะจังเราคบกันแล้ว ผมคิดว่ายามะจังเองก็เช่นเดียวกัน แต่เค้าเป็นคนที่โกหกไม่เก่งเอาเสียเลย ผมว่าตอนนี้เมมเบอร์ทุกคนรู้หมดแล้วแหละ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับยามะจังต้องมีอะไรแฝงอยู่แน่ๆ

เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าเมมเบอร์รู้ มันก็เลยไม่จำเป็นต้องบอกอะไรมากถ้าไม่มีใครถามอะไร ถ้าจะปกปิดโดยการไม่พูดออกมามันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่การให้ปกปิดการกระทำนี่ยากมาก ในเมื่อผมรักยามะจัง แล้วจะให้ผมทำเป็นเฉยมันก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ
บางอย่างมันก็ออกมาเองโดยธรรมชาติ ผมก็ทำไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน

อย่างเช่น โอบไหล่ อันนี้ยังธรรมดา โอบเอวงี้ จับแก้มเล่นงี้ เอ๊ะ..แต่ผมว่ามันก็ยังธรรมดานะ จิเนนก็ยังทำเลย อืม...

“ปากไง”ผมพูดขึ้นมา ยามะจังเงยหน้าขึ้นมองผมแบบงงๆ

“หือ?”ยามะจังทำหน้าสงสัย ผมโบกมือไปมา

“เปล่าๆ”ผมส่ายหน้าเหมือนไม่มีอะไร แต่ในใจนี่คิดชั่วร้ายมาก ผมเคยจูบยามะจังแล้ว และมันก็ไม่พอด้วย อยากทำอีก.. ผมชอบเวลาที่ยามะจังทำเป็นปากแข็ง หรือแกล้งยั่วผมเหมือนอยู่เหนือกว่าผมทั้งๆที่เค้าก็รู้ดีว่าถ้าผมเอาจริงเค้าก็คงสู้แรงผมไม่ได้ ฮุๆ

“ยูโตะ..นายทำหน้าตาโรคจิตมาก”เคย์โตะทำหน้าสะพรึงใส่ผม

“นายไม่รู้อะไรหรอก”ผมหัวเราะชอบใจ

“อะไรของนายเนี่ย”เคย์โตะหัวเราะตามผม ผมคิดว่าเคย์โตะกับจิเนนนี่แหละตัวดีเลย สองคนนี้รู้หมดแหละว่าความสัมพันธ์ของผมและยามะจังเปลี่ยนไปในทางไหน เพราะจิเนนใกล้ชิดกับยามะจังมากที่สุด เคย์โตะเองก็ใกล้ชิดกับผม ผมคิดว่าสองคนนี้เองก็คงจะรู้สึกดีใจมากที่เห็นผมกับยามะจังสนิทกันมากขนาดนี้ ขนาดจิเนนที่ชอบบอกว่ายามะจังเป็นของตัวเอง ผมยังเคยเห็นเค้านั่งยิ้มตอนที่ผมชวนคุยกับยามะจังเรื่องช้อปปิ้งที่ห้าง

ง่ายๆเลยคือไม่มีใครในวงที่ไม่รู้เรื่องผมกับยามะจัง ไม่ใช่แค่ว่าเราสนิทใจกันมากขึ้น แต่มากกว่านั้น เพียงแต่ทุกคนไม่ได้พูดอะไร ผมรู้ว่าทุกคนรู้ แต่ดูเหมือนยามะจังจะไม่ค่อยได้สังเกต และคิดว่าตัวเองกำความลับเรื่องที่เราคบกันได้อยู่หมัด

ผมนั่งควงปากกาในมือไปมาพลางนั่งฟังยาบุคุงพูดทบทวนตารางคอนเสิร์ตอีกรอบ วันนี้ไดจัง จิเนน เคย์โตะ คุยกันว่าจะไปทานข้าวเย็นกันที่บ้านยามะจัง ปรกติเมมเบอร์มักจะไปทานข้าวกันนอกบ้านแล้วก็นัดกันไปเป็นกลุ่มๆไปกันไม่ค่อยพร้อมหน้านอกจากหลังคอนเสิร์ตเลิกหรือในช่วงหลังเลิกงาน ไม่ก็เวลางาน ครั้งนี้ที่นัดไปกันก็เป็นครั้งแรกด้วย

พักหลังมานี้ผมแวะไปบ้านยามะจังค่อนข้างบ่อยกว่าแต่ก่อนมาก ยามะจังเองก็แวะมาบ้านผมบ้าง แต่เพราะบ้านผมอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองเวลาขับรถมารับพายามะจังไป ก็อาจจะทำให้ยามะจังรู้สึกเกรงใจและกลายเป็นว่าผมที่เป็นคนมารับยามะจังไปเที่ยวบ้านต้องนั่งกินกับข้าวอร่อยๆอยู่ที่บ้านของยามะจังแทน ถึงยามะจังจะขับรถเป็นแล้ว ผมก็อยากจะขับมารับเค้าอยู่ดี มันรู้สึกดีนะ ฮ่าๆๆ มันทำให้อดคิดไปเองไม่ได้เลยว่า ยามะจังเป็นของผม โฮะๆๆ

แน่นอนว่าที่ไปกินข้าวบ้านยามะจังครั้งนี้ผมเข้าร่วมอย่างแน่นอน พอผมรู้จากยามะจังผมก็รีบโทรไปบอกแม่เลยว่าไม่ต้องทำข้าวเย็นให้และอาจจะกลับดึกหน่อย

หลังจากที่เลิกงานช้ากว่าตามตารางที่กำหนดเอาไว้สองชั่วโมงกว่าๆ เพราะฮิคารุคุงพึ่งมาไดจังก็เลยจะไปสอนท่าเต้นให้ สุดท้ายแล้วเมมเบอร์ทุกคนก็เลยจะเอาด้วย จะช่วยกันสอน ทุกคนก็เลยแห่ไปสอนท่าเต้นให้ฮิคารุคุงกันหมด ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ ผมชอบที่เมมเบอร์ทุกคนไม่ละทิ้งกับเรื่องแบบนี้และเอาใจใส่ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ผมว่าคนที่ค่อนข้างคิดมากและมีความเครียดสูงอย่างฮิคารุคุงเองก็คงจะรู้สึกดีใจมากที่เมมเบอร์คอยช่วยเหลือและให้ความสำคัญกับตัวเองมากถึงขนาดนี้

ถึงแม้เค้าจะไม่แสดงสีหน้าออกมา แต่แววตาของเค้าดูประทับใจมากๆ ยาบุคุงเองก็ดูดีใจมาก และพยายามพูดให้กำลังใจฮิคารุคุงอยู่เรื่อยๆ แต่เพราะนิสัยที่ขี้อายของทั้งสองคนบางทีผมเลยมักจะเห็นกำแพงแปลกๆที่ทั้งสองคนกั้นขึ้นมาระหว่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนไม่ได้สนิทกันอะไรแต่เพียงแค่อาจจะมีบางอย่างที่ต้องพูดคุยกันอย่างเปิดอกก็เท่านั้น ผมรู้สึกแบบนั้นนะ

วันนี้ทุกคนเดินทางมาโดยรถไฟกันหมด ฮิคารุคุงบอกว่าอยากไปด้วยพอดีได้รับของฝากมาจากสต๊าฟที่ทำงานด้วยกันเลยอยากจะเอาไปทำอาหารที่บ้านยามะจังด้วย ตอนแรกผมไม่รู้ว่าไดจังไปคุยยังไงถึงได้ไปกินข้าวกันที่บ้านยามะจัง ไดจังสนิทกับยามะจังมากและก็ไปบ้านยามะจังอยู่บ่อยๆสงสัยคงจะคุยตอนที่แวะไปที่บ้านยามะจังหรือเปล่า ผมเองก็ไม่ได้ถามเหมือนกัน

“ตั้งแต่ยามะจังย้ายมาอยู่คนเดียว หลายๆคนก็เลยได้ไปบ้านยามะจังกันบ่อยๆเลยเนอะ”ไดจังพูดขึ้นระหว่างที่รอรถไฟอยู่ที่สถานีรถไฟ

                “อื้อ อยากให้ทุกๆคนมากันบ่อยๆเลยนะ มันสนุกดีน่ะ”ยามะจังยิ้ม ตั้งแต่ที่ยามะจังย้ายมาอยู่คนเดียว ผมก็แวะไปหายามะจังอยู่บ่อยๆ แต่เพราะตารางงานที่แน่นเอี๊ยดบวกกับบ้านที่ผมอยู่ค่อนข้างไกลผมก็เลยไม่ค่อยได้มาหาเค้าบ่อยเท่ากับไดจังและเคย์โตะ


แกร๊กๆ

ยามะจังไขกุญแจห้อง ระหว่างที่เมมเบอร์คนอื่นๆยืนถือถุงก๊อบแก๊บที่มีเบียร์อยู่เสียงดังกรอบแกรบ

“เข้ามาเลย ทำความสะอาดแล้วเมื่อวาน”ยามะจังเปิดประตูเข้าไปข้างในบ้าน ผมเดินตามหลังจิเนนเข้าไปติดๆ ทุกคนแห่กันไปนั่งตรงห้องนั่งเล่นที่มีโต๊ะทรงเตี้ยขนาดยาววางเตรียมเอาไว้ ซึ่งปรกติตรงนี้จะมีเพียงแค่โต๊ะกระจกใสตัวเล็กๆวางเอาไว้อยู่เป็นประจำ

“เดี๋ยวชั้นไปเตรียมของแล้วกันนะ”ฮิคารุคุงพูดและเดินตามยามะจังเข้าไปในครัว ยูยะทำท่าจะเข้าไปช่วยแต่ก็โดนยามะจังโวยออกมาว่าอยู่เกะกะช่วยอะไรไม่ได้ก็ออกไป  

ยูยะเดินแก้มตุ่ยออกมา ไดจังหัวเราะชอบใจ

“ปล่อยยามะดะไปเหอะ”ไดจังสะบัดมือไปมาและหยิบแก้วจากตรงเคาท์เตอร์ที่มีขวดแชมเปญวางเอาไว้อยู่ จิเนนเดินไปดูขวดแชมเปญรูปทรงหรูหราสองขวด ผมเดินตามจิเนนไปดูด้วยระหว่างที่ไดจัง ยูยะและเคย์โตะช่วยกันจัดวางถ้วยชามกันบนโต๊ะ เพราะว่าวันนี้เราจะทานหม้อไฟกัน

“เรียวสุเกะทานใช่ป่ะเนี่ย?”จิเนนหยิบขวดแชมเปญขึ้นมา ซึ่งในขวดว่างเปล่าทั้งสองขวด ผมใช้นิ้วดีดเคาะๆและวางมือบนไหล่จิเนน

“คงงั้นมั้ง เห็นบอกเมื่อวานก็ดื่มอ่ะ”ไดจังพูดและเดินมาหาผมกับจิเนน

“คอก็ไม่ได้แข็งอะไรมากมาย ดื่มไปแปบเดียวก็เมาแล้ว ไอ้สองขวดนี่ดื่มตั้งนานกว่าจะหมดนะ! หมอนั่นบ้าชะมัด โคตรมีความพยายามเลย ฮ่าๆๆ”ไดจังหัวเราะชอบใจ

“อิโนจังกับยาบุคุงน่าจะมาด้วยกันเนอะ”เคย์โตะที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น

“สองคนนั้นดันมีถ่ายละครพอดีเลย อดไป~”ฮิคารุเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับถาดที่แล่เนื้อสารพัดเนื้อเอาไว้จนเต็ม

“เนื้อย่างงงง!! เย้!!”ยูยะดูมีความสุขมาก และดูกระตือรือร้นสุดขีด สังเกตได้จากท่านั่งที่เตรียมพร้อมลงมือ

“ยูโตะ~”เสียงยามะจังดังออกมาจากในครัว

“ฮึ?”ผมชะเง้อมองไปตามเสียง

“มานี่หน่อยสิ~”ผมลุกขึ้นเดินไปหายามะจังในครัว ระหว่างที่เดินไปที่ครัวก็ได้ยินเสียงไดจังบ่นเสียงดังขึ้นมาว่า

“เฮอะ! ทำไมเรียกยูโตะซะเสียงหวานเลยวะ ทีชั้นนี่ใช้เสียงเรียกอย่างกับคนใช้ เฮ้ยแก! มานี่หน่อยดิ๊โฮะ โคตรจะยุติธรรมเลย ยุติธรรมมากกกก”

“ฮ่าๆๆ”เคย์โตะหัวเราะชอบใจ

ฮิคารุคุงเดินสวนผมออกมาจากด้านในครัวและสบตาผมแว้บนึงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
พอผมเดินเข้าไปในครัว ยามะจังก็กำลังสวมผ้ากันเปื้อนแบบผูกเอวสีดำกำลังเปิดช่องฟรีซเขย่งมองของในตู้เย็นอยู่ ผมเดินไปกอดเอวยามะจังและหอมแก้มเค้าทันที

!!?”พอยามะจังหันมามองทางผมผมก็ฉวยโอกาสจุ้บลงไปที่ปากของยามะจังทันที

“อ..ไอ้บ้า!!”ยามะจังปล่อยมือออกจากตู้เย็นและใช้มือทั้งสองข้างจับแก้มและปากพร้อมกัน

“มีอะไรหรอ?”ผมทำเป็นเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เห็นสีหน้าที่โกรธปนเขินของยามะจังแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา

“จริงๆเลยนะ! ถ้าคนอื่นมาเห็นจะทำยังไง”ยามะจังหันหน้ากลับไปที่ช่องฟรีซตามในขณะที่เดิมด้านบนของหูเริ่มแดง

“ไม่มีหรอกน่า ไอ้ประตูช่องฟรีซด้านบนก็บังเอาไว้ให้มิดเลยด้วยชั้นมั่นใจ”ผมหัวเราะ

“หนวกหูน่า มันก็ไม่ควรทำอยู่ดี”ยามะจังพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ผมลูบหัวยามะจังเบาๆ

“ขอโทษนะ”ผมทำเสียงอ่อน

“ช่างมันเถอะ เอ้านี่ แม่ชั้นซื้อเนื้อม้าเอาเก็บเอาไว้ให้ตอนที่มาหาน่ะ ก็เลยจะถามว่านายจะกินมั้ย?”ยามะจังหยิบกล่องโฟมที่ใส่เนื้อม้าแร่เอาไว้เรียบร้อยแล้วจากช่องฟรีซส่งให้ผม

“โอ๊ะ! กินสิ”ผมจ้องเขม็งไปที่ยามะจัง

“...”หูของยามะจังแดงลามไปทั่วทั้งใบหู เค้าเม้มปากแล้วหยิบแพคเนื้อม้าจากมือผมไปที่อ่างล้างมือเพื่อที่จะละลาย ผมเดินตามยามะจังไปติดๆ

“ตามมาทำไมเนี่ย!?”ยามะจังพูดขึ้นโดยที่ไมได้หันมามองผม

“ก็อยากยืนดูยามะจังอ่ะ ไม่ได้หรอ?”ผมถามเสียงอ้อนๆ

“...”ยามะจังไม่ได้ตอบอะไร เค้าหยิบขวดน้ำชาออกมาจากตู้เย็นรินใส่แก้วและหันมาหาผมโดยหันหลังพิงเคาท์เตอร์ตรงอ่างล้างมือ จังหวะที่เค้ากำลังดื่มน้ำผมก็เอาปากงับไปที่ปากแก้วอีกฝั่ง

“เฮ้ย ทำอะไร”ยามะจังแทบจะบ้วนน้ำชาใส่หน้าผม ผมหยิบแก้วจากมือยามะจังมาดื่มน้ำชาที่เหลืออยู่ในแก้วจนหมดแล้วค้อมตัวลงไปวางแก้วน้ำบนเคาท์เตอร์ด้านหลังยามะจังในท่าคร่อมตัวยามะจัง ผมขยับตัวเร็วมากจนยามะจังตามไม่ทัน รู้อีกทีผมก็ยืนแนบชิดยามะจังแล้วเรียบร้อย

ยามะจังชอบทำให้ทุกๆคนรู้ว่าเค้าก็ไม่แพ้ใครในเรื่องพวกอะไรทะลึ่งๆลามก แต่หาได้รู้ไม่ว่าเค้าไวไม่ทันผมหรอก

“ขะ..เข้ามาใกล้ทำไมเนี่ย!”ยามะจังโวยวายแต่กลับไม่ผลักตัวผมออกห่าง

“...”ผมจ้องมองแก้มใสๆของยามะจังโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ยามะจังเห็นผมเงียบก็เงยหน้าขึ้นมอง จังหวะนั้นผมก็ก้มลงหอมแก้มซ้ายของยามะจังทันที

ฟอด!

“นี่! ทำอะไรวะ!”ยามะจังจับแก้มซ้ายและมองผมมาด้วยสายตาเคืองๆ

ฟอด!

ผมหอมแก้มขวาทันที ยามะจังตีผมด้วยมือซ้ายและยกมือขึ้นจับแก้มขวา

ฟอด!

ผมหอมแก้มซ้ายอีก

“นี่! นายไม่ควรทำแบบนี้นะยูโตะ”ยามะจังทำเสียงจริงจังขึ้นมา ผมขมวดคิ้วรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมยามะจังจะต้องทำสีหน้าไม่พอใจแบบนั้นด้วย

“ทำไมล่ะ?”ผมถาม และทำท่าจะหอมแก้มยามะจังอีกรอบแต่เค้าหันหน้าหนีและมองผมด้วยสายตาโกรธๆ

“ก็ทุกคนอยู่แบบนี้ ถ้าใครมาเห็นเข้าจะทำยังไง! นายนี่ไม่คิดหน้าคิดหลังเลยนะ”ยามะจังโวยวายใส่ผม

“ไม่คิดหน้าคิดหลังยังไง?”ผมถาม

“แค่นี้นายก็น่าจะรู้แล้วนะยูโตะ ทุกคนยังไม่รู้เรื่องของเราเลย ถ้าไม่นับรวมไดจังน่ะ”ยามะจังพยายามจะเขยิบตัวออกห่างจากผมแต่ผมใช้แขนทั้งสองข้างล็อคไม่ให้เค้าเขยิบตัวหนีออกไปได้ง่ายๆ

“ถ้าทุกคนรู้แล้วยังไง?”ผมถามกลับเสียงเข้ม ยามะจังเลิกคิ้วและเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรงๆ นัยน์ตาดำของยามะจังเปล่งประกายและมีเสน่ห์เหมือนเคย แม้จะโตขึ้นแววตาที่น่ารักสดใสในวัยเด็กก็ไม่เคยหายไปเลย แววตาของเค้ามีเสน่ห์ดึงดูดอยู่เสมอจริงๆ

ผมโน้มหน้าลงจูบเบาๆที่ริมฝีปากของยามะจัง ลมหายใจอุ่นๆของยามะจังเป่าลงตรงข้างแก้มของผมราวกับจะแลกลมหายใจซึ่งกันและกัน ผมใช้ปลายจมูกแตะลงบนปลายจมูกของยามะจังเบาๆโดยที่ไม่ยอมเขยิบหน้าออกห่าง ยามะจังลืมตาปรือและหายใจถี่รัวไม่เป็นจังหวะ ผมค่อยๆจับติ่งหูของยามะจังเบาๆ จังหวะนั้นยามะจังก็ค่อยๆจูบลงบนริมฝีปากของผมกลับเบาๆเหมือนกับเชื้อเชิญผม

ผมจูบริมฝีปากบนของยามะจังเบาๆก่อนจะค่อยๆสอดลิ้นเข้าไปในปากของยามะจัง ผมดันร่างของยามะจังชิดติดกับเคาท์เตอร์ตรงอ่างล้างจาน ยามะจังใช้แขนโอบรอบคอผมรั้งตัวผมเข้าไปใกล้

“นายสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ?”เสียงฮิคารุคุงดังขึ้นจากตรงทางเข้าครัว ยามะจังผลักตัวผมออกห่างอย่างแรงและหายใจหอบ ฮิคารุหันมามองผมด้วยสายตาแปลกๆเหมือนกับเห็นผมกลายเป็นโจรโรคจิตขโมยกางเกงในยังไงอย่างงั้น

“ทำอะไรกัน?”ฮิคารุคุงถามขึ้นอีกครั้งด้วยสำเสียงที่เข้มหนักกว่าเดิมสีหน้าแววตาก็ดูดุเสียจนผมนึกถึงตอนที่เค้าดุผมในเรื่องที่ผมไม่ควรทำตั้งแต่สมัยที่เริ่มเดบิวต์แรกๆ

“เปล่าหรอก แค่แกล้งกันเล่นเฉยๆ”ผมตอบและหัวเราะขำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฮิคารุคุงขมวดคิ้วด้วยสีหน้าที่เหมือนไม่เชื่อและหันไปมองทางยามะจังที่เป็นคนเก็บสีหน้าไม่เก่ง

“ใช่.. ไอ้บ้านั่นมันแกล้งชั้น”ยามะจังหัวเราะแต่น้ำเสียงหัวเราะกับดูแปลกๆพิกล

“...”ฮิคารุคุงไม่ตอบและมองหน้ายามะจังด้วยสายตาที่เหมือนกับจะสแกนจับโกหกจากใบหน้าของยามะจัง นานทีเดียวท่ามกลางความเงียบชวนอึดอัด ฮิคารุคุงพ่นลมออกมาจากจมูก

“นายสองคนจูบกันหรอ?”



วีนัส : เป็นช็อตฟิคสั้นๆนะคะ อันนี้ไม่ได้อิงความจริงอะไรเท่าไหร่ ชื่อเรื่องก็ไม่รู้จะตั้งว่าอะไรเลยตั้งแบบนี้ไป แฮ่ >< เพราะฉากที่ยูโตะกับยามะจังในห้องครัวมันแว้บเข้ามาในหัวเลยอยากลองเอามาแต่งเป็นเรื่องดู ฮี่ๆ -.,- ไว้เดี๋ยวตอนถัดไปจะเอามาลงอีกทีนะคะ

ตอนนี้เรากำลังคิดอยู่ว่าจะแต่งไดอารี่ของยามะจังเวอร์ชั่นปี 2014 ดีมั้ย เพราะภาคสองที่ทำเป็นรูปเล่มออกไป ก็เป็นไดอารี่ของ Hey!Say!JUMP เห็นฟีตแบคจากหลายๆคนก็บอกว่าอยากอ่านเรื่องราวของยูโตะกับยามะจังแบบเต็มๆ ตอนนี้เราเลยคิดว่าจะแต่งเป็นไดอารี่แต่เป็นเวอร์ชั่นปี 2014 ผ่านการถ่ายทอดของยูโตะและยามะจังสลับกันไป แต่ยามะจังจะเป็นคนดำเนินเรื่องหลัก แต่เนื้อเรื่องจะไม่เกี่ยวข้องกับไดอารี่ของยามะจังก่อนหน้านี้นะคะ คิดว่าคงจะใกล้เคียงกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในความเป็นจริงมากกว่าเดิม มีดราม่าบ้าง 


ยังไงเดี๋ยวเราจะลองร่างๆเรื่องคร่าวๆเอาไว้ก่อน ถ้าจะแต่งจะอัพตอนแรกลงในบล็อกของบ้านดูก่อน ปรกติเราลงที่เด็กดี แต่ตั้งแต่ทำบ้านคิดว่าถ้าย้ายมาลงที่บ้านที่เดียวไปเลยน่าจะสะดวกกว่าด้วย ฝากทุกๆคนช่วยติดตามกันด้วยน้า M(_ _)M